ประเมินผลการตรวจวินิจฉัยโรคเลปโตสไปโรซิสด้วยเทคนิค Immunoflurescent antibody test (IFA)


สรุศักดิ์ หมื่นพล, ประมวล แสงทอง,ศิริพงษ์ ณ น่าน
ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ อุดรธานี

     ได้ศึกษาโดยประเมินเทคนิค IFA ที่นำมาใช้ตรวจวินิจฉัยโรคเลปโตสไปโรซิส โดยใช้ตัวอย่างที่ให้ผลบวก กับวิธียืนย ันผลมาตรฐาน (MAT : Microscopic Agglutination Test)จำนวน 41 ตัวอย่าง และจากผู้บริจาคโลหิตที่สุขภาพแข็งแรง จำนวน 50 ตัวอย่าง พบ ว่าให้ความแม่นยำสูงมาก (ร้อยละ 96.7) เมื่อนำมาประเมินชุดตรวจคัดกรอง ชนิด Lepto Dipstick (นำเข้าจากต่างประเทศ)และ Lepto Latex (ผลิตโดยกรม วิทยาศาสตร์การแพทย์) พบว่าทั้งสองชนิดให้ความแม่นยำเป็นร้อยละ 86.1 และ 87 .0 เมื่อเปรียบเทียบกับ IFA ตามลำดับ และจากการนำไปใช้ตรวจตัวอย่างที่ส่งโดยซ ีรั่มคู่ (Paired Serum) เปรียบเทียบกับการตรวจซีรั่มเดี่ยว (Single Serum) ในการวิ นิจฉัย โรคแลปโตสไปโรซิส พบว่า ซีรั่มเดี่ยว จะให้ผลบวกเพียง ร้อยละ 40 เท่า นั้น นอกจากนี้เมื่อได้นำเทคนิค IFA มาใช้ตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างที่ส่งมาตรวจโร คแลปโตสไปโรซิสที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ อุดรธานี ในช่วงเดือน ตุลาคม 2542 ถึง เดือน กันยายน 2543 แล้วพบว่าผู้ป่วยที่แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นตามเกณฑ์การให้คะแนน (Score) ขององค์การอนามัยโรคว่าเป็นเลปโตสไปโรซิส (Score ณ 26)จำนวน 50 ตัวอย่าง จะให้ผลบวกด้วย IFA เพียง 26 ตัวอย่าง (ร้อยละ 52.0) เมื่อเทียบกับผู้ป่วยที่ได้ Score ฃ 25 จำนวน 201 ตัวอย่าง พบให้ผลบวกถึง 124 ตัวอย่าง (ร้อยละ 61.7) ซึ่งแสดงถึงประโยชน์ของ IFA ที่นำมาใช้วินิจฉัย โรคเลปโตสไปโรซิส ทางห้องปฏิบัติการ

ที่มา : การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งชาติ ครั้งที่ 12