การทดสอบความชำนาญ โดยการเปรียบเทียบผลวิเคราะห์ระหว่างห้องปฏิบัติการการตรวจแอนติ เอช ไอ วี ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ


จิตนา ว่องวิไลรัตน์ , อรุณ ชูศรียิ่ง,ศิริพงษ์ ณ น่าน
งานพัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการในเครือข่าย ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อุดรธานี

     ได้ทดสอบความชำนาญ โดยการเปรียบเทียบผลวิเคราะห์ระหว่างห้องปฏิบัติการการตรวจแอนติ เอชไอวี ในภาคตะวันออกเฉียงนี้ ทั้ง 19 จังหวัด เพื่อพัฒนาคุณภาพห้องปฏิบัติการ การตรวจแอนติ เอชไอวี ตามวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการ คือ ความปลอดภัยในการให้เลือด การวินิจฉัยโรค และการศึกษาทางระบาดวิทยา โดยปฏิบัติตามมาตรฐานที่เป็นรูปแบบสากล (ISO /IEC Guide 43) จากผลการดำเนินการในปี 2543-2544 จำนวน 3 ครั้ง พบว่า ห้องปฏิบัติการสมาชิก ที่ตอบผลกลับทันเวลา และสรุปผลสอดคล้องกัน ครั้งที่ 1 จำนวน 73 แห่ง จาก 121 แห่ง คิดเป็น 60.3 % ครั้งที่ 2 จำนวน 124 แห่ง จาก 157 แห่ง คิดเป็น 79.0% ครั้งที่ 3 จำนวน 131 แห่ง จาก 161 แห่ง คิดเป็น 81.4% และเมื่อค้นหาปัญหาจากการรายงายผล ซึ่งอาจทำให้การอ่านผลผิดพลาดได้ พบผู้ทำการทดสอบไม่ปฏิบัติตามเอกสารวิธีที่กำหนดโดยบริษัทผู้ผลิต 66 แห่งใน 161 แห่ง (ร้อยละ 41.0) ใช้น้ำยาหมดอายุ 17 แห่ง (ร้อยละ 10.6) ใช้น้ำยาตรวจที่ไม่มีใบอนุญาติให้จำหน่ายในประเทศไทย 2 แห่ง (ร้อยละ 1.2) ผู้ทำการทดสอบขาดความชำนาญในการอ่านผลบวกอ่อน และเลือกใช้ชุดตรวจที่ไม ่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของการตรวจและความชุกของการติดเชื้อนอกจากนี้ยังพบว่า ห้องปฏิบัติการสมาชิกตอบผลช้า และไม่ตอบผลกลับ ครั้งที่ 1 จำนวน 31 แห่ง ครั้งที่ 2 จำนวน 41 แห่ง ครั้งที่ 3 จำนวน 28 แห่ง

ที่มา : การประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งชาติ ครั้งที่ 12